ภารกิจล่าหักเหลี่ยม (The Devil's Own) คือหนังที่ดึงดูดความสนใจตั้งแต่แรกเห็นด้วยชื่อชั้นของนักแสดงนำสองคน – ฮาร์ริสัน ฟอร์ดและแบรด พิตต์ – และผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Alan J. Pakula แต่เมื่อได้ชมจริง หนังกลับเป็นผลงานที่ขัดแย้งในตัวเอง: มีเสน่ห์ของมิตรภาพระหว่างชายสองคนที่ซ่อนความลับ แต่ก็ติดหล่มด้วยบทที่เดินเรื่องช้าและขาดความตึงเครียดที่ควรมี
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หนังเปิดเรื่องที่ไอร์แลนด์เหนือ แฟรงกี้ แม็คไกวร์ (แบรด พิตต์) นักเคลื่อนไหวไออาร์เอผู้มีเลือดเย็น ต้องหลบหนีหลังจากภารกิจปะทะกับอังกฤษ เขาถูกส่งไปนิวยอร์กเพื่อจัดการซื้ออาวุธ โดยใช้ชื่อปลอมว่า รอรี่ เดวานีย์ และไปพักอาศัยกับครอบครัวของทอม โอเมียร่า (ฮาร์ริสัน ฟอร์ด) ตำรวจผู้มีอุดมการณ์มั่นคง ทอมและครอบครัวต้อนรับรอรี่อย่างอบอุ่น โดยไม่รู้ว่าเขาคือมือสังหารที่กำลังวางแผนก่อเหตุร้าย ขณะเดียวกัน ทอมเริ่มมีข้อสงสัยเมื่อพบเบาะแสแปลก ๆ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นดาบสองคมที่บีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง
งานการแสดงและตัวละคร
หัวใจของหนังอยู่ที่สองนักแสดงนำ ฮาร์ริสัน ฟอร์ดรับบทตำรวจหัวดีผู้ซื่อสัตย์ได้สมบทบาท มีเสน่ห์แบบพ่อบ้านที่อบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องแสดงความฉลาดและความมุ่งมั่นเมื่อความสงสัยก่อตัว ส่วนแบรด พิตต์ในวัยหนุ่มหล่อเป๊ะก็ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของมือสังหารที่เริ่มผูกพันกับครอบครัวที่ให้ที่พักพิงได้ดี อย่างไรก็ตาม บทของตัวละครสมทบอย่างชีล่า (มาร์กาเร็ต โคลิน) และเอ็ดวิน (รูเบน เบลดส์) กลับถูกเขียนให้บางเกินไป ทำให้หนังขาดความลึกซึ้งในด้านความสัมพันธ์ครอบครัว
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Alan J. Pakula ผู้กำกับฝีมือดี (All the President's Men, The Pelican Brief) วางภาพในสไตล์ดราม่าที่เน้นบรรยากาศมากกว่าการกระทำ หนังใช้แสงสีหม่นและฉากในร่มที่อึมครึมเพื่อสื่อถึงความลับที่ซุกซ่อน แต่กลับแลกมาด้วยจังหวะที่ช้าเกินไป โดยเฉพาะในช่วงกลางเรื่องที่ยืดเยื้อ ด้านดนตรีประกอบโดย James Horner มีท่วงทำนองที่เศร้าและเข้ากับโทนหนัง แต่ก็ไม่โดดเด่นเท่าผลงานอื่นของเขา
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ภารกิจล่าหักเหลี่ยม น่าสนใจคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับความภักดีและอุดมการณ์ ทอมเป็นตัวแทนของกฎหมายและความถูกต้อง ขณะที่แฟรงกี้เป็นตัวแทนของความรุนแรงเพื่ออุดมการณ์ หนังพยายามทำให้ผู้ชมเห็นใจทั้งสองฝ่าย แต่กลับไม่กล้าไปสุดทาง ทำให้จุดไคลแมกซ์รู้สึกเหมือนถูกตัดตอน นอกจากนี้ การดำเนินเรื่องที่เน้นบทสนทนาและความสัมพันธ์มากเกินไปทำให้หนังขาดความระทึกขวัญที่ควรมีในแนวอาชญากรรม จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังได้รับคำวิจารณ์ปานกลางและไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
สรุป
เหมาะสำหรับคนที่ชอบหนังดราม่าแนวอาชญากรรมที่เน้นความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่าการดำเนินเรื่องเข้มข้น แต่ถ้าคุณคาดหวังหนังแอ็กชันระทึกขวัญ อาจจะผิดหวัง ภารกิจล่าหักเหลี่ยมเป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ ในวันว่าง แต่ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของทั้งฟอร์ด พิตต์ หรือพาคูลา
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีของฮาร์ริสัน ฟอร์ดและแบรด พิตต์ที่ลงตัว
- +บรรยากาศและงานสร้างที่เน้นความสมจริง
- +ประเด็นเรื่องความภักดีและอุดมการณ์ที่ชวนคิด
👎 จุดด้อย
- −บทเดินเรื่องช้าและขาดความตึงเครียด
- −ตัวละครสมทบถูกพัฒนาไม่เต็มที่
- −จุดไคลแมกซ์ไม่สมกับที่铺垫ไว้
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ใช่ หนังเป็นเรื่องสมมติที่ได้แรงบันดาลใจจากความขัดแย้งในไอร์แลนด์เหนือ แต่ตัวละครและเหตุการณ์เป็น虚构
ขอไม่สปอยล์ แต่บอกได้ว่าจบลงด้วยการเผชิญหน้าระหว่างทอมและแฟรงกี้ที่บีบให้ทั้งคู่ต้องเลือกทางของตัวเอง
มีเพียงภาคเดียว ไม่มีการสร้างต่อ